กรมปศุสัตว์: ผู้ชี้ชะตาชาวหมูรายย่อยไทย

เรื่องโดย ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นับแต่วันที่มีการประกาศการระบาดของโรคแอฟริกันอหิวาต์ในสุกรเมื่อเดือนมกราคม 2565 ล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ก็ 11 เดือนแล้ว สถานการณ์หมูไทยเป็นอย่างไรบ้าง ราคาหมูจะลดลงหรือยัง เกษตรกรรายย่อยจะกลับมาได้หรือไม่ กลับมาได้อย่างไร เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ผู้เขียนถูกถามเสมอเรื่อยมา ในมุมมองของผู้เขียนเองคาดว่า… สถานการณ์การผลิตหมูของไทยในปี 2566 จะดีขึ้น แต่ราคายังจะคงตัวในระดับนี้ต่อไปอีกประมาณกลางปี 2566 ด้วยเหตุผลสนับสนุน ข้อ ดังนี้

แนวทางฟื้นฟูผู้เลี้ยงสุกรหลังวิกฤต ASF

หลังจากโรค ASF ในสุกร เข้ามาสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิตสุกรของไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผู้เลี้ยงรายย่อย รายเล็ก และรายกลาง หลายแห่งตัดสินใจปิดฟาร์ม ส่งผลให้ทำให้ปริมาณสุกรขุนออกสู่ตลาดลดลงสวนทางกับปริมาณความต้องการบริโภคที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการรัฐอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 จนเกิดภาวะราคาหน้าฟาร์มสูงกว่า 100 บาท/กิโลกรัมตั้งแต่ต้นปี 2565 ถึงปัจจุบัน (สิงหาคม 2565) เพื่อให้ผู้เลี้ยง ผู้ค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตสุกรของไทยผ่านวิกฤตและอยู่รอดได้ต่อไป ทุกภาคส่วนควร “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส” วางแนวทางฟื้นฟูเกษตรกรผู้เลี้ยงอิสระที่มีศักยภาพให้กลับมาผลิตสุกรได้โดยเร็วตามระบบไบโอซีเคียวริตี้ เมื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกของอุตสาหกรรมการผลิตสุกรไทย พบว่า จุดแข็ง

ปุ๋ยแพง เรื่องร้อนแรงที่ไม่มีใครสนใจ

เมื่อสองเดือนก่อนได้เขียนเตือนสถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลกจากต้นทุนการผลิตเพิ่ม หรือ Cost push จากปัญหาพลังงานการผลิตในอุตสาหกรรมถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ จนส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอาหารที่ต้นทุนการผลิตที่สำคัญคือ ปุ๋ย (เคมี) ซึ่งประเทศผู้ส่งออกปุ๋ย DAP เช่น จีน รัสเซีย ก็จำกัดปริมาณการส่งออกเพื่อปกป้องภาคเกษตรของประเทศ จนส่งผลให้ราคาปุ๋ยโลกพุ่งขึ้นประมาณ 200% ในปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า ปุ๋ยแพงไม่จบง่าย ๆ ล่าสุดอินเดียวางแผนจะเพิ่มเงินอุดหนุนปุ๋ยเคมีในปี 2021/22 เป็นประวัติการณ์มากกว่า $20.64 พันล้าน

แรงจูงใจคนเลี้ยงหมูให้หวนคืนอาชีพ

เรื่องโดย สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   2-3 ปีนี้นับว่าเป็นช่วงปีย่ำแย่ที่สุดของคนเลี้ยงหมู เพราะต้องเผชิญกับโรคระบาดในหมูและตามด้วยโรคระบาดโควิด-19 ในคน ตามด้วยราคาต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูงลิ่ว แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจากอุทกภัยทำน้ำท่วมไปหลายพื้นที่ แต่เมื่อถึงเวลาขาย กลับขายไม่ได้ราคาตามที่ประกาศ จนเกิดวลี “ราคาทิพย์” ให้ช้ำใจ คนเลี้ยงหมูบอบช้ำกันขนาดอย่างหนัก น้อยรายนักที่ยืนหยัดฝ่าคลื่นลมมาได้ เราจึงได้เห็นฟาร์มรายย่อยหลายแห่งตัดสินใจลดความเสี่ยงด้วยการหยุดเลี้ยงหมูเพื่อรอดูสถานการณ์ ขณะที่รายกลางและรายใหญ่ตัดสินใจพักโรงเรือน ชะลอการเลี้ยงหมู หรือสั่งซื้อลูกหมูน้อยลงเช่นกัน ซึ่งมีหลายรายก็ตัดสินใจยุติอาชีพและหันไปประกอบธุรกิจอื่นทดแทน

ทางแยกของการตัดสินใจ

โดย สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   ข่าวฟาร์มหมูรายกลางและรายย่อยโซนภาคกลางแถว ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี นครนายก หรือสุโขทัย แทขายหมูยกฟาร์มหลักจากเกิดการระบาดของโรคโดยไม่มีการรายงานว่าเป็นเชื้อชนิดใด ซึ่งผู้เขียนคาดว่าจะเป็นกลุ่มเชื้อไวรัสเนื่องจากระบาดเร็วและรุนแรง ดังเช่นการระบาดของเชื้อไวรัสอหิวาต์แฟริกาที่ทำลายจำนวนสุกรไปหลายล้านตัวในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นจีน เวียดนาม หรือกัมพูชา อย่างไรก็ดีปัจจุบันยังไม่มีการระบาดของเชื้อไวรัสตัวนี้จากกรมปศุสัตว์ไทย ผลของการเทขายหมูจนเรียกได้ว่าปิดฟาร์มทำให้ราคาหมูขุนที่ขายได้ต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง โดยแม่พันธุ์ซื้อขายกันที่ 10-15 บาท/กิโลกรัม หมูขุน

ฤาจะเข้ายุคข้าวยากหมากแพง

จากข้อมูลราคาปุ๋ยฟอสเฟตและยูเรียที่เพิ่มขึ้นมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงในช่วงที่เหลือของปี 2564 และยิงยาวไปถึงปีหน้า 2565 เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพืชอาหารทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีสภาพอากาศที่แปรปรวน สถานการณ์น้ำท่วมในหลายประเทศ ล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า แนวโน้มราคาอาหารจะเพิ่มสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อของอาหารทั่วโลกจะกลายเป็นหนามทิ่มแทงรัฐบาลทุกประเทศ ภาพที่ 1 ราคาปุ๋ยฟอสเฟต ยูเรีย และโพแทส ช่วงปี 2018 – 2021 ภาพที่ 2 ราคาแอมโมเนียและกำมะถัน ช่วงมกราคม

ไม้ด่าง : The Power of Surprise

ณ เวลานี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า วงการไม้ประดับ (ไม้ใบ ไม้ด่าง) ได้รับอานิสงส์จากการระบาดของ COVID-19 จนเรียกได้ว่าเป็นช่วงขาขึ้น ผลของการหยุดอยู่บ้านทำให้คนหันมาปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรกให้ตลาดไม้ด่างเติบโตในระดับหนึ่ง และเมื่อมี Influencer ตัวฉกาจอย่างดารานักแสดชั้นนำ เข้ามาสนใจ โพสต์รูปคู่กับต้นไม้ผ่าน Instragram Facebook YouTube จึงดันให้ตลาดไม้ด่างกลายเป็นที่สนใจในวงกว้าง ต้นไม้บางต้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนเพราะกระแสและความต้องการที่มากจากคนนอกวางการที่พร้อมจะควักตังในกระเป๋าในราคาที่หลายคนตกใจ บางคนเข้ามาซื้อหาด้วยคำว่า ของมันต้องมี เดี๋ยวตกเทรนด์ หรืออารมณ์ที่เรียกว่า FOMO (Fear of

พฤติกรรมการบริโภคข้าวและปัจจัยกำหนดราคาข้าวในเขตกรุงเทพมหานคร กรณีศึกษาข้าวไรซ์เบอร์รี่

วิจัยโดย  สุวรรณา สายรวมญาติ ที่มาและความสำคัญของปัญหา          วิถีชีวิตความเป็นเมืองและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีการดำรงชีวิต ส่งผลให้แนวโน้มความต้องการอาหารปรุงสำเร็จและการรับประทานอาหารนอกบ้านเพิ่มมากขึ้นในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้มีผลิตภัณฑ์รูปแบบข้าวหุงสุกวางจำหน่ายในท้องตลาดเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในเขตเมืองทั้งยังช่วยรักษาวัฒนธรรมการบริโภคข้าวคนไทยให้ดำรงอยู่ อย่างไรก็ตามแนวโน้มการเติมโตของความต้องการอาหารสำเร็จรูปยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี นำมาซึ่งภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการข้าวสารบรรจุถุงต้องให้ความสำคัญ ปรับตัวและพยายามปรับกลยุทธ์สร้างความแตกต่างให้กับสินค้ามากกกว่ากลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้าในสายตาผู้บริโภค เช่น บรรจุภัณฑ์มีหลายรูปแบบ เครื่องหมายรับรองมาตรฐานต่าง ๆ ชนิดของข้าว ข้อมูลโภชนาการ เป็นต้น   ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เป็นข้าวเจ้าที่ได้รับการคัดเลือกและพัฒนาพันธุ์ โดยอภิชาต วรรณวิจิตร

จะเกิดอะไรขึ้น…ถ้าอนุญาตให้นำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกา

เรื่องโดย ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พาดหัวข่าวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา …สหรัฐฯ ประกาศตัดสิทธิ์ GSP (Generalized System of Preferences) ของไทยเพิ่มเติมคิดเป็นมูลค่า 25,000 ล้านบาท GSP คือ สิทธิพิเศษทางภาษีที่เราเคยได้ลดหย่อน ในการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐฯ ต่อไปเราจะไม่ได้สิทธิ์นั้น แต่เรายังสามารถส่งออกสินค้าได้เหมือนเดิม แค่ต้องเสียภาษีในอัตราปกติ เนื้อหมู

สหรัฐอเมริกาตัด GSP : ไทยเจ็บแค่ไหน?

โดย อ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้อนุมัติให้มีการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีสินค้านำเข้าจากไทยเพิ่มเติมจากเดิมเมื่อเดือนมิถุนายน 2563 อีกจำนวน 231 รายการ ในวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ด้วยเหตุด้านการเปิดตลาดสินค้าและบริการอย่างสมเหตุสมผลในผลิตภัณฑ์เนื้อหมูของสหรัฐอเมริกาจากการร้องเรียนของ The National Pork Producers Council (NPPC) ในปี 2561