เศรษฐศาสตร์ต้นไม้

วันนี้ ผมมาเยี่ยมชมรมคนรักป่า ซึ่งต่อยอดมาจากธนาคารต้นไม้ ที่ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

พี่น้องที่นี้ คิดว่าการปลูกต้นไม้คือ การออม ในรูปแบบที่ทุกคนทำได้ และจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ขั้นต่ำวันละ 1 บาท/ต้น

จากตัวเลข 1 บาท/ต้น/วัน ถ้าคิดเวลา 20 ปี ก็จะเท่ากับ 7,300 บาท/ต้น แต่จริงๆ แล้ว ขั้นต่ำของต้นไม้ใหญ่พี่น้องที่นี่ขายคือ 10,000 บาท/ต้น และค่าเฉลี่ยที่ได้คือ ประมาณ 20,000 บาท/ต้น

เมื่อคิดเช่นนี้ พี่น้องที่ตำบลกำแพงเพชร จึงมักคุยกันว่า ออมวันละกี่บาท? จากจำนวนต้นไม้ที่แต่ละคนได้ปลูกไปแล้ว ซึ่งคนที่ออมเยอะที่สุดวันนี้ที่ผมพบคือ 20,000 ต้น หรือออมวันละ 20,000 บาท นั่นเอง

ปลูกที่ไหน? พี่น้องที่ตำบลกำแพงเพชรจะให้ความสำคัญกับการปลูกป่าในสวนยาง เพราะ มีสวนยางอยู่แล้ว และระยะปลูกของยางค่อนข้างห่าง (6 เมตร/แถว หรือ 8 เมตร/แถว) จึงแซมเข้าไปได้ไม่ยากนัก (หรือกล่าวง่ายๆ ไม่มีต้นทุนค่าที่ดิน)

ปลูกอะไร? ในการเลือกไม้ที่มาปลูก พี่น้องที่ตำบลกำแพงเพชรมีหลักสำคัญคือ หลัก 4 จ. คือ

หนึ่ง จ. ใจชอบ หรือปลูกพืชที่เราชอบ

สอง จ. เจริญเติบโตไว พี่น้องมีการเก็บข้อมูลการเติบโตของต้นไม้ที่ปลูกในร่มยางอย่างละเอียด ต้นไม้ที่โตไวในร่มยางได้แก่ พะยอม ตะเคียนทอง แดง มะฮอกกานี ส่วนไม้ที่โตไม่ดีในร่มยางเช่น ไม้พะยูง ไม้สัก

สาม จ. จำหน่ายได้ราคาดี โดยจะตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 10,000 บาท/ต้น ไม้ที่โตไวแต่ขายไม่ได้ราคา เช่น กระถินเทพา พี่น้องจะไม่ปลูกเลย

และ สี่ จ. จัดหา (ต้นกล้า/เมล็ดพันธุ์) ได้ง่าย โดยเฉพาะได้ฟรี หรือหากต้องซื้อ พี่น้องก็จะตั้งเกณฑ์ไว้ไม่ให้แพงกว่า 25 บาท/ต้น

ในรูปจะเห็นว่า ต้นไม้ของพี่น้องเติบโตไวมาก เพียงประมาณ 6-7 ปี ก็มีเส้นรอบวงมากกว่า 1 เมตรแล้ว

ปลูกเท่าไร? โดยเฉลี่ย พี่น้องจะปลูกในอัตราเท่ากับต้นยางพาราคือ 70 ต้น/ไร่ หรือหากคิดเป็นมูลค่าต้นไม้ใหญ่เมื่อครบ 20 ปีก็จะประมาณ 700,000 บาท/ไร่

นอกจากนี้ ยังปลูกพืชอย่างอื่น แซมเข้าอีกด้วยเช่น พริกไทย โดยไม่ต้องปักเสา แต่ให้เลื้อยไปตามต้นไม้ที่ปลูกแทน รวมถึงไม้ขนาดเล็กที่เป็นสมุนไพร เช่น ต้นปลาไหลเผือก หรือผักเหลียง เป็นต้น

ปลูกแล้วจะขายอย่างไร? พี่น้องมองว่า อนาคตหากสามารถแปรรูปไม้ได้เอง จะได้ราคาดีกว่าขายเป็นต้น ตอนนี้จึงออมเงินกันเพิ่มเติมเดือนละ 100 บาท/คน เพื่อเตรียมการลงทุนเลื่อยไม้หรือทำเฟอร์นิเจอร์ในอีก 15 ปีข้างหน้า

พี่น้องบอกว่า การปลูกต้นไม้เป็นสินค้าที่ปลูกมีอำนาจต่อรอง เพราะ หากไม่ได้ราคาที่ต้องการ ก็ไม่ขายก็ได้ เพราะเก็บไว้ต่อก็ไม่เสียต้นทุนอะไร แถมยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกด้วย เรียกว่า No barriers to exit หรือไม่มีอุปสรรคในการออกจากตลาด (ถ้าไม่เป็นธรรม) จริงๆ

แล้วคนไม่มีที่ดินทำกินจะทำอย่างไร? พี่น้องชมรมคนรักป่า พร้อมช่วยคนที่ไม่มีที่ดินปลูกต้นไม้ในที่ดินของรัฐ เพื่อเป็นเงินออมให้กับเขา โดยไม่ต้องโอนสิทธิในที่ดินมาให้คนปลูก (ที่ดินยังเป็นของรัฐบาล โดยสมบูรณ์) พี่น้องขอแต่ต้นไม้ที่จะตัดมาครึ่งหนึ่งหลังครบ 20-30 ปี และต้นไม้ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งจะเป็นของรัฐ เพื่อเป็นป่าต่อไป

เพราะฉะนั้น หากคิดตามสูตรของพี่น้องที่กำแพงเพชร ถ้าเรามีพื้นที่ให้คนปลูกต้นไม้ คนละประมาณ 1 ไร่ ก็น่าจะมีหลักประกันเงินออมตอนเกษียณประมาณ 3-400,000 บาท/คน

สำหรับประเทศไทย การหาพื้นที่ปลูกป่า 65 ล้านไร่ คงไม่ใช่เรื่องยาก (ประมาณ 20% ของพื้นที่ทั้งประเทศ) และถ้าทำได้จริงเราก็จะมีป่า 65 ล้านไร่ พร้อมกับสวัสดิการสำหรับคน 65 ล้านคนไปด้วยในตัว

เศรษฐศาสตร์ต้นไม้ของพี่น้องตำบลกำแพงเพชรช่างน่าสนใจจริงๆ

เล่าเรื่องโดย ดร.เดชรัต สุขกำเนิด, 15 เมษายน 2561

Photo by Imat Bagja Gumilar on Unsplash

Leave a Reply