ประวัติศาสตร์มันฝรั่ง (ตอนที่ 1): จากความคลางแคลงสู่ความนิยม

เรื่องโดย ดร.เดชรัต สุขกำเนิด, 7 มกราคม 2562 มันฝรั่งเป็นพืชอาหารหลักของชาวอินคา (ซึ่งเป็นจักรวรรดิที่มีอาณาเขตครอบคลุมฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้) ร่วมกับข้าวโพด และถั่ว ชาวอินคาเริ่มปลูกมันฝรั่งเมื่อ 8,000 ปีก่อน และได้มีการพัฒนาสายพันธุ์มันฝรั่งไว้นับร้อยสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์เหมาะสมกับองค์ประกอบของแสงแดด ดิน และความชื้นที่แตกต่างกัน (ตามภาพปกด้านบน) การปลูกมันฝรั่งจึงกระจายไปทั่วตั้งแต่ทะเลสาบติติคาคาไปจนทั่วทั้งเทือกเขาแอนดิส ชาวยุโรปรู้จักมันฝรั่งครั้งแรกในช่วงทศวรรษที่ 1530 เมื่อดอนควิสทาดอร์ ชาวสเปนได้รับชัยชนะเหนือจักรวรรดิอินคา ในตอนแรก ชาวยุโรปไม่ค่อยถูกใจรสชาติ หรือไม่ค่อยเห็นคุณค่าของมันฝรั่งมากนัก

ประวัติศาสตร์มันฝรั่ง (ตอนที่ 2): โศกนาฏกรรมมันฝรั่ง

ย่อเรื่องโดย ดร.เดชรัต สุขกำเนิด, 9 มกราคม 2562 หลังจากที่มันฝรั่งเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในยุโรป มันฝรั่งก็เริ่มกลายเป็นอาหารหลักของชาวยุโรปมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เคยกล่าวไว้ในตอนที่แล้ว มันฝรั่งมีข้อได้เปรียบสำคัญคือ ให้พลังงาน (เทียบเป็นแคลอรี่) สูงกว่าธัญพืชหลักที่เคยปลูกในยุโรป ทั้งยังให้ผลผลิตที่สม่ำเสมอกว่า มันฝรั่งจึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผลผลิตอาหารของยุโรปเพิ่มมากขึ้น และนั่นก็ทำให้จำนวนประชากรในยุโรปสามารถเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน มันฝรั่งกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรป ในภาพรวมของยุโรป การเข้ามาของพืชใหม่จากทวีปอเมริกา ทั้งข้าวโพดและมันฝรั่ง มีส่วนสำคัญที่ทำให้ประชากรในยุโรปเพิ่มจำนวนขึ้นจาก 103 ล้านคน ในปี ค.ศ. 1650

มิติของการเผาอ้อย

เรื่องโดย ผศ.ดร.ธนาภรณ์ อธิปัญญากุล, 18 กุมภาพันธ์ 2562 หลังจากชาวไร่อ้อยเจอมรสุมรุมกระน่ำเรื่องการเผาอ้อย วันนี้ผู้เขียนชวนทุกท่านมาเสพข่าวด้านบวก กรณีการจัดการเพื่อลดการเผาอ้อยของสมาคมชาวไร่อ้อยกำแพงเพชรกันบ้างนะคะ😉 ซึ่งจริงๆ มีหลายที่ที่อ้อยสดเพิ่มขึ้นแต่เอามาแค่กรณีนี้ก่อนนะคะ ก่อนอื่นเราลองมาเปรียบเทียบสถิติอ้อยสดและอ้อยไฟไหม้ช่วงปี 2558/59 – 2561/62 ณ วันที่ 4 กพ. จะเห็นว่าในภาพรวมของประเทศสัดส่วนอ้อยสดต่ออ้อยไฟไหม้เพิ่มขึ้นเพียงร้อยยละ 1 แต่หากสังเกตสัดส่วนอ้อยสดและอ้อยไฟไหม้ที่เข้าหีบของจังหวัดกำแพงเพชร พบว่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 ท่านนายกสมาคมชาวไร่อ้อยกำแพงเพชร กรุณาให้สัมภาษณ์ว่าการดำเนินงานเพื่อลดการเผาอ้อยจะสำเร็จนั้นต้องเกิดความร่วมมือทุกภาคส่วนตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร

น้ำตาล น้ำตา และอิสรภาพ: ประวัติศาสตร์น้ำตาลโลก ตอนที่ 2

ย่อเรื่องโดย ดร.เดชรัต สุขกำเนิด หลังจากที่ผมเล่าประวัติศาสตร์น้ำตาลโลกในตอนแรก ซึ่งเต็มไปด้วยการกดขี่และขูดรีดไป ในห้องเรียนวันนี้ ผมลองสอบถามนิสิตคิดว่า ใครเป็น “ผู้จุดประกายการเลิกทาส” จนลุกโชติช่วงขึ้น? แน่นอนผมไม่คิดว่า นิสิตจะบอกชื่อคน ผมให้นิสิตลองทายว่า ผู้จุดประกายน่าจะเป็นคนชาติใด และทำงานอะไร? ปรากฏว่า ไม่มีใคร (รวมถึงผมด้วย) จะคิดว่า ผู้จุดประกายการเลิกทาสในอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย จะเป็นนักวิชาการชาวอังกฤษ อย่างโทมัส คล้าคสัน จุดเริ่มต้นจากการแข่งขันบทความ โทมัส

น้ำตาลและน้ำตา – ประวัติศาสตร์น้ำตาล ตอนที่ 1

ก่อนจะเป็นน้ำตาลทราย เรื่องราวของอ้อยและน้ำตาล สืบย้อนไปถึงประมาณ 5,000 ปีก่อนที่มนุษย์เริ่มปลูกอ้อยในเกาะนิวกีนี (ทางตะวันออกของประเทศอินโดนีเซีย) ก่อนที่จะแพร่ขยายไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ส่วนอีกสายหนึ่งแพร่ขยายไปยังหมู่เกาะฮาวาย เมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชบุกมาอินเดียเมื่อประมาณ 2,500 ปีก่อน กองทัพของพระองค์ก็ได้พบกับต้นอ้อหวาน (ซึ่งก็คือ ต้นอ้อย) และบันทึกไว้ว่า “ให้น้ำผึ้งแม้ไม่มีตัวผึ้ง” แต่ในเวลานั้น มนุษย์ยังบริโภคอ้อยโดยใช้ฟันกัดและดูดน้ำหวานของมัน และเรายังไม่รู้จักน้ำตาลทรายในยุคนั้น ต่อมาในคริสศตวรรษที่ 7 (หรือประมาณ 1,500 ปีก่อน) แพทย์ในวิทยาลัยจันดิ

เครื่องเทศ – พืชเปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก

ย่อเรื่อง โดย ดร.เดชรัต สุขกำเนิด (ย่อความจาก หนังสือประวัติศาสตร์กินได้ An Edible History of Humanity) ถ้าธัญพืชและการปรุงอาหารจะเป็นสิ่งที่สร้างอารยธรรมมนุษย์ เครื่องเทศก็คงเป็นเศรษฐกิจการเกษตรที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกในยุคประมาณ 600 ปี จนถึงปัจจุบัน เครื่องเทศเป็นที่นิยมอย่างมากในอารยธรรมตะวันตก และนิยมมาเป็นเวลานานแล้ว คาดกันว่า กรีกเป็นอารยธรรมแรกที่นำเครื่องเทศมาใช้ในการปรุงอาหารและในการทำเครื่องหอม ต่อมาโรมันจึงได้มีการนำไปใช้ต่อ ขณะเดียวกัน มีหลักฐานการใช้เครื่องเทศในเมโสโปเตเมีย ตั้งแต่ประมาณ 5,000