เศรษฐกิจโคเนื้อ 2562 ในมุมมอง ผู้จัดการสหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ

เรื่องโดย สิทธิพร บุรณนัฏ ผู้จัดการสหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ, 2 มกราคม 2562

  • เศรษฐกิจไทยปี 2562 คาดว่าจะทรงตัว
  • ประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะขยายตัวประมาณ 3.8%
  • การส่งออกมีทิศทางขยายตัวจากสงครามการค้าสหรัฐกับจีน
  • การท่องเที่ยวมีโอกาสขยายตัวจาการกับมาของจีน และมีอินเดียมาเพิ่ม

จากการร่วมมือระหว่างจีนกับญี่ปุนร่วมลงทุนใช้ไทยเป็นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยี จะทำให้ตลาดเนื้อโค Premium ที่มีลายไขมันแทรกสวยขายดีขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามเนื้อโคขุนไทย-วากิวที่เราผลิตได้ในประเทศ เริ่มมีความเสี่ยงจากที่มีการนำเข้าเนื้อวากิวจากประเทศญี่ปุนโดยตรงเพิ่มขึ้น และมีราคาถูกลงมากราคาขายใกล้เคียงกับเนื้อไทย-วากิวของไทย จากการร่วมการขนส่งของสายการบิน Japan Airline และจากการเปิดการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น(Jebta) ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยประมาณ 3,200 ร้าน หันไปใช้เนื้อวากิวนำเข้าเลือดวากิว 100% มากกว่าใช้เนื้อไทย-วากิวที่มีเลือดวากิว 50-75%

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนไทย-วากิว มีตลาดขายได้น้อยลง ต้องลดราคาขายลงมา และต้องรับภาระหาทางจำหน่ายเนื้อชิ้นส่วนรองให้ได้ ซึ่งแต่ก่อนเราจำหน่ายแบบยกซาก ตอนนี้ผู้ประกอบการมีทางเลือกจากเนื้อนำเข้าไม่ต้องแบกภาระเนื้อชิ้นส่วนรอง

นอกจากนี้ ยังมีหลายปัจจัยภายในเรื่องโคเนื้อที่ควรติดตามในปี 2562 เช่น

  • โครงการโคเนื้อของภาครัฐในปีที่ผ่านมายังมีผลผลิตไม่มากนัก หลังเลือกตั้งแล้วจะมีการนำแผนยุทธศาสตร์โคเนื้อ 20 ปีมาใช้ดำเนินการหรือไม่? ถ้าใช้จะมีวิธีดำเนินการอยางไร

ในด้านงานวิจัยโคเนื้อของสถาบันวิจัยต่างๆ ถ้ายังเป็นงานวิจัยเชิงวิชาการอย่างเดียวไม่ดูโจทย์ของผู้ประกอบการ? และความต้องการของตลาด จะทำให้ปี2562 เราจะเสียโอกาสไปอีกหลายปี

  • ในเรื่องนวัตรกรรมประเทศเรายังไม่มีอะไรในเชิงนวัตรกรรมที่โดดเด่น

แต่มีการวิจัยต่อยอดนวัตรกรรมของต่างประเทศ เช่น เนื้อฉีดไขมัน(Artificail fat) โดยใช้งานวิจัยทำการแยกกรดไขมันอื่มตัวออกจากไขมันไม่อิ่มตัวก่อนจะนำไปฉีด เพื่อสุขภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มสร่างความแตกต่างจากเนื้อฉีดนำเข้า ทางด้านการเลี้ยงขุน มีการนำระบบควบคุมอุณหภูมิของคอกขุน(Evap) มาใช้กับโคเนื้อทำให้ได้เนื้อโคขุนที่มีไขมันแทรกมากขึ้น แต่ในระบบการผลิตลูกโคให้เป็นรุ่นๆ เพื่อป้อนให้กับ Supply chain เรายังทำไม่ได้มาก ทำให้ต้นทุนการผลิตลูกโคบ้านเรายังสูง

หากพิจารณาปัจจัยภายนอกเรื่องการเปิดการค้าเสรีโคเนื้อกับออสเตรเลียอละนิวซีแลนด์ ในปี2562 ภาษีลดเหลือ 5.33% และจะเป็น 0% ในปี 2563 ชึ่งเหลือเวลาเพียง 1 ปี ต่อจากนี้

ปัจจุบันมีการนำเข้าเนื้อจากออสเตรเลียสูงถึง 33% จากการนำเข้าทั้งหมด และคาดว่าจะมีการทุ่มตลาดเนื้อโคเมื่อภาษีเป็น 0% จากออสเตรเลีย เหมือนที่ญี่ปุ่นเจอเมื่อหมดข้อตกลงเรื่องเนื้อกับออสเตรเลีย จนญี่ปุ่นต้องใช้มาตรการขึ้นภาษีเนื้อโค 30% เพื่อปกป้องผู้เลี้ยงโค

แต่อย่างไรก็ดีคาดว่าในกลางปี 2562 โรงฆ่าโคของจีนที่เหมิ่งหล้าติดกับชายแดนลาวจะเปิดดำเนินการ มีความต้องการโคเข้าเชือดวันละ500-800 คัว/วัน จะทำให้ราคาโคในประเทศขยับขึ้น

แต่หากประเทศไทยยังไม่ปรับแผนระบบการผลิตโคเนื้อในประเทศ อาจเป็นช่องทางให้โคเนื้อจากออสเตรเลีย มาแย่งส่วนแบ่งตลาดในส่วนนี้ไป

สำหรับการเตรียมการของผู้ประกอบการโคเนื้อในปี 2562 เพื่อรองรับ FTA ในทางด้านเนื้อร้อน (เนื้อตลาดสด) ยังจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ผู้ประกอบการเนื้อแข่เย็นที่ส่งให้กับร้านอาหารทั่วไป ร้านอาหาร Chain food และห้าง Modren trades จะได้รับผลกระทบมาก เพราะแข่งขันต้นทุนไม่ได้

ดังนั้น ผู้ผลิตและผู้ประกอบการควรจะต้องมีร้านอาหารแบบ Chain food และร้านขายเนื้อ (Butchery) ที่เป็นแบรนด์ของตัวเองไว้รองรับเนื้อและผลิตภัณฑ์ไว้จำหน่ายเอง เพราะเนื้อจากออสเตรเลียจะแย่งตลาดพวกนี้ไปหมด

เราต้องเร่งสร้างความแตกต่างของเนื้อไทยกับเนื้อออสเตรเลียเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มโดยใช้เรื่องตลาดมาช่วยขับเคลื่อนเช่น เนื้อสำหรับผู้สูงอายุเป็นต้น แลัวควรมีการจัด Event โปรโมทเนื้อของไทยให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์ร่วมกับเนื้อโคของไทย และสนับสนุนเนื้อโคไทย

มีหลายสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมตัว

อย่างแรก ผู้ประกอบการต้องมีความพร้อมในการรองรับการเปลี่ยนแปลงโลกในระบบ 5G ที่จะมีผลกระทบต่อการแข่งขันการค้า ระบบการ Supply ให้ห้าง Modren trade จะเป็นแบบ Real time มากขึ้น

อย่างที่สอง ในอนาคตผู้ประกอบการจะต้องตัดเนื้อเป็นแพคพร้อมขายส่งให้ห้าง ตามแต่ละภูมิภาค

ใครที่พร้อมก่อนจะได้เปรียบจะต้องมีการนำ Block chain มาใช้ควบคุมประสานงานในเรื่องจำนวนโคที่เข้าขุนและฆ่าตามภูมิภาค รวมถึงใช้การควบคุมเนื้อชิ้นส่วนรองเพื่อหมุนเวียน

สรุปในปี 2562 จะมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงขึ้นอยู่กับความพร้อม และวิสัยทัศน์ของผู้บริหารขององค์กรนั้นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโคเนื้อและเนื้อโค

ที่มา

Facebook  ของ Boorananath Sitthiporn

Photo by Victoria Shes on Unsplash

Leave a Reply